รูปแบบโทรศัพท์มือถือ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ลองมาคิดกันเล่น ๆ ว่าในอนาคตสัก 20-50 ปี โทรศัพท์มือถือที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้ามานั่งเทียบคิดกันไปต่าง ๆ นานา คงไม่ได้เรื่องอะไรแน่ เราเลยพาไปสำรวจว่านักวิจัยและพัฒนาว่าเค้าคิดอะไร หรือกำลังทำวิจัยอะไรกันอยู่บ้า

โทรศัพท์ใช้ความคิดสั่งงาน

ปัจจุบันนี้จากที่ต้องใช้นิ้วกดเพื่อควบคุมโทรศัพท์มือถือ เราสามารถใช้เสียงสั่งงานบางอย่างได้แล้ว ก้าวต่อไปก็คือการสั่งโดยการใช้ความคิด เราไม่ต้องใช้นิ้วเพื่อเลื่อนหาแอปพลิเคชันที่ต้องการ แค่ออกคำสั่งโดยการพูดในใจก็ได้ยินเสียงตอบรับการทำงาน แล้วเราก็ใช้ความคิดโต้ตอบสั่งงานกับโปรแกรมจนจบ มันดูเหมือนห่างไกลจากความจริงในปัจจุบันมา แต่ Facebook ได้เปิดแผนกวิจัยสำหรับคิดค้นเรื่องการใช้สมองเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ปี 2017 ปัจจุบันได้เลื่อนขั้นตอนจากการวิจัยมาสู่การพัฒนาเพื่อผลิตที่ Reality Lab แล้วด้วย

ระบบชาร์จไร้สายพลังสูง

ปัจจุบันโทรศัพท์ที่ว่าแบตอึดถึกทน ยังใช้งานแบบปกติได้ประมาณ 2 วันเท่านั้น มีบริษัทชื่อว่า Energous กำลังพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายชื่อว่า WattUp สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกันในรัศมี 90 cm. และได้รับการอนุมัติให้ใช้งานได้ จากหน่วยงานคล้าย กสทช. ของอเมริกาชื่อ FCC แล้วด้วย แต่ถ้าจะคิดให้ไกลออกไป สิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง คือกำลังการส่งที่ไกลขึ้นกว่านี้ สามารถกระจายการส่งพลังงานมาจากหอคอยสูง ๆ คล้ายการส่งคลื่นโทรทัศน์หรือโทรศัพท์ 3G 4G ในปัจจุบัน แล้วอุปกรณ์ต่าง ๆ จะถูกชาร์จได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดอีกต่อไป

โทรศัพท์แบบจอยืดได้หดได้

ขยับใกล้ความจริงในปัจจุบันเข้ามาอีกหน่อย หลายคนคงเคยเห็นต้นแบบของมันแล้ว คือ Samsung Galaxy Fold, Huawei Mate X โทรศัพท์แบบพับได้ในปัจจุบันซึ่งยังมีค่าความยืดหดที่ต่ำอยู่เหมือนแค่พับจอได้เท่านั้นเอง การวิจัยล่าสุด Samsung เคยนำต้นแบบจอโทรศัพท์ที่สามารถยืดขยายตัวได้ 12 cm. โดยไม่เสียหาย ส่วนที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้พัฒนาต้นแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ยืดขยายตัวได้ เพื่อพัฒนาเป็นหุ่นยนต์แบบสวมใส่คล้ายเสื้อหรือกางเกงสำหรับคนชราหรือพิการ ทั้งสองอย่างเมื่อนำมารวมกันน่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลกของโทรศัพท์มือถือด้วยเช่นกัน

โทรศัพท์แบบเปลี่ยนสีได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนเบื่อง่ายตอนนี้ใครซื้อโทรศัพท์มาแล้วจะมาขอเปลี่ยนสีคงไม่ได้ ดังนั้นเวลาจะซื้อก็ต้องเลือกสีให้ดี แต่สำหรับโทรศัพท์ในยุคถัดไป เราไม่ต้องเลือกสีแล้ว เพราะมันจะเปลี่ยนสีได้ตามที่เราต้องการ อาจจะสั่งด้วยเสียงหรือสั่งงานด้วยความคิดก็ได้ หรือสั่งให้มันเปลี่ยนสีตามวันก็ยังได้ เพราะการพัฒนากระจกและ LED ที่ฝังอยู่ภายใน ทำให้มันเปลี่ยนสีได้ นี่อาจจะรวมถึงความทนทานตกไม่แตกด้วย

หรือจะไม่มีโทรศัพท์มือถือเหลืออยู่แล้ว

ในอนาคตโทรศัพท์มือถืออาจกลายร่างเป็นทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว เพราะสัญญาณ 5G และระบบคลาวด์ ได้ทำให้ความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่สำหรับประมวลผลหมดไป เนื่องจากซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ทำงานประมวลผลอยู่บนคลาวด์และสัญญาณ 5G ก็มีความหน่วงต่ำ นาฬิกา, ปากกา, แว่นตา, เสื้อ, กางเกง แค่ฝังนาโนชิปเข้าไปก็จะกลายเป็นโทรศัพท์มือถือได้ทั้งหมด สั่งงานด้วยเสียงหรือความคิด จอแสดงผลถ้าไม่อยู่ในร่างกายก็จะไปอยู่ที่อื่น เช่น ถ้าอยู่ในบ้านอาจเป็นโทรทัศน์หรือผนังบ้าน ข้างนอกบ้านอาจเป็นเสียงในหูหรือแว่นตาเป็นต้น

สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคตคงไม่มีใครมายืนยันได้ 100 % แต่ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งปกติ ในยุคดิจิทัลการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วไม่ต้องพ้นช่วงอายุคนเหมือนเมื่อก่อน สิ่งที่เคยใช้อย่างเพจเจอร์ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วโทรศัพท์ปุ่มกดก็มีใช้อยู่ในกลุ่มผู้สูงวัยเท่านั้น โทรศัพท์มือถือก็เช่นกันจะเปลี่ยนไปแค่ไหน คำตอบนั้นยังมาไม่ถึง แต่มันคงมาถึงสักวัน