วิกฤตในตลาดสงครามสมาร์ทโฟนของ Apple

จากการรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของทางบริษัทแอปเปิลเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่าทาง แอปเปิลมียอดจำหน่ายไอโฟนลดลงอีกครั้งจากที่เมื่อช่วงก่อนหน้าทางผู้ให้บริการด้านข้อมูลตลาดเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง International Data Corporation  (IDC) พึ่งรายงานไปว่าได้มียอดจำหน่ายลดลงไปกว่า 11.5% ในไตรมาสที่สี่แถมยอดจำหน่ายทั้งปี 2018 ยังลดลงไปกว่า 3.2% ทำให้สถานการณ์ของทางบริษัทชั้นนำผู้พลิกโฉมหน้าวงการโทรศัพท์มือถือกำลังอยู่ในช่วงที่นักลงทุนและผู้ใช้บริการสินค้าของทางแอปเปิล ต่างกำลังจับตามองเป็นอย่างมาก

แล้วเหตุใดที่ยักษ์ใหญ่ผู้เคยปฏิวัติวงการโทรศัพท์มือถือและให้กำเนิดสมาร์ทโฟนมาแล้ว กลับต้องมาเผชิญปัญหาเช่นนี้

ราคาที่สูงจนเกินไป โดยถึงแม้จะมีรุ่นถูกแต่มันถูกตรงไหน

                ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ ไอโฟน ไม่ใช่เพียงแค่สมาร์ทโฟนอีกต่อไป เพราะนอกจากคุณภาพที่ดีแล้ว สิ่งที่ทำให้ดึงดูดใจผู้บริโภคเป็นอย่างมากนั่นคือ ความหรูหรา มีระดับ

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความหรูหรามีระดับนี้ก็ต้องแลกมากับราคาที่สูงมาก จนในปัจจุบันไอโฟนที่เป็นรุ่นเรือธงมีราคาพุ่งไปถึงระดับเกือบครึ่งแสนแล้ว แต่เมื่อหันไปมองค่ายสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นในรุ่นที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันนั้น กลับมีราคาต่ำกว่าในระดับเป็นหมื่น ทำให้เหล่าสาวกไอโฟนก็ต้องหยุดตัดสินใจกันบ้างว่าคุ้มหรือไม่ จนสุดท้ายคนที่สู้ราคาไม่ไหวเลยต้องเริ่มถอยกันออกมา

แต่ถึงยังไง Apple ก็ยังทำกำไรได้มหาศาลอยู่ดี

                เมื่อเรามองที่ยอดจำหน่ายแล้วกลับมามองในอีกมุมคือเรื่องมูลค่ากำไรที่ทางแอปเปิลทำได้ ก็ต้องบอกว่าน่าอัศจรรย์ เพราะทางบริษัทสามารถทำให้มีมูลค่ากำไรที่เติบโตขึ้นกว่า 20% และเติบโตมากขึ้นมาตลอดในระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา

โดยส่วนสำคัญแน่นอนว่าจากการเพิ่มราคาไอโฟนที่มากขึ้นในทุกๆปีทำให้เกิดการเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น และทำให้สามารถมองได้ว่าทางแอปเปิลนั้นอาจจะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วเรื่องที่จำนวนผู้ใช้ไอโฟนลดลงในทุกๆปี จึงได้ขึ้นราคาจำหน่ายในทุกๆปีเพื่อหวังผลกำไรในระยะสั้น เพราะไม่ว่าจะยังไงสุดท้ายก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าจากแผนงานดังกล่าวได้สร้างกำไรให้แก่บริษัทอย่างมหาศาล

กำไรระยะสั้น กับ ผลตอบแทนระยะยาว ?

                การดำเนินแผนงานแบบนี้ของทางแอปเปิลทำให้เหล่านักวิเคราะห์ตลาดเทคโนโลยีเกิดคำถามขึ้นว่า มันจะเป็นผลดีในระยะยาวต่อบริษัทหรือไม่ เพราะหากผู้ใช้สินค้าและบริการของทางแอปเปิลลดลงเรื่อยๆในทุกๆปี  แถมยังดำเนินงานในลักษณะนี้ ก็ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งในวงการผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้นอีกด้วย และถึงแม้จะพยายามเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆอย่าง Apple New+ , Apple Card , Apple Arcade และ Apple Tv+ เพื่อหารายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มเติม แต่มันจะคุ้มหรือไม่กับการต้องสูญเสียตลาดสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทมาได้ตลอด

                แต่บางทีทางบริษัทแอปเปิลอาจจะกำลังวางแผนโปรเจกต์ใหญ่ในระยะยาวอยู่ก็ได้ เพราะตราบใดที่แบรนด์ยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ ก็เพียงแค่กอบโกยผลกำไรในระยะสั้น แล้วนำไปสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่วงการเทคโนโลยีอย่างที่เคยทำมาในอดีต ก็เพียงพอแล้วที่จะทวงคืนตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของวงการเทคโนโลยีเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา