เลือกซื้อรางปลั๊กไฟอย่างไรถึงจะปลอดภัย

สำหรับชีวิตยุคไอทีทุกอย่างรอบตัวเรามีแต่ของไฮเทคล้ำสมัยช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นทั้งโทรศัพท์ แท็บเล็ตและแก็ดเจ็ตต่าง ๆ แต่ทว่า…สิ่งที่มักจะถูกละเลยไม่เห็นค่าความสำคัญทั้งที่จริง ๆ แล้วมันสำคัญต่ออุปกรณ์ทั้งหลายอย่างยิ่งยวดก็คือรางปลั๊กไฟนั่นเอง ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ยังใช้รางปลั๊กไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการช็อตซึ่งอาจนำพาให้อุปกรณ์ชำรุดเสียหายรวมทั้งเสี่ยงต่อการลามไฟอีกด้วย ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ และไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นของที่เราต้องใช้สอยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ดังนั้นวันนี้เราจึงมาบอกกล่าววิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีคุณภาพว่าควรสังเกตตรงไหนเลือกซื้อแบบใดให้เหมาะกับการใช้งาน

ก่อนอื่นเลยเชื่อว่าหลายคนคงเคยคันไม้คันมือแกะรางปลั๊กไฟสีขาว ๆ ที่เราเห็นทั่วไปออกมาดูแล้ว ส่วนใครที่ยังไม่เคยเห็นภายในของมันแนะนำให้ลองหาดูภาพจากอินเทอร์เน็ตหรือลงทุนแกะของตัวเองดูเพื่อเป็นความรู้ ภายในของรางปลั๊กไฟเหล่านี้จะเป็นรางโลหะยาว ๆ อยู่ในกล่องที่ขึ้นรูปให้ดูเป็นเต้าเสียบ ไม่มีผนังป้องกันแผ่นโลหะทั้งสองด้านออกจากกัน กล่าวคือถ้าแผ่นโลหะนั้นบิดงอหรือเกิดการสป๊าครางปลั๊กไฟแบบนี้ก็พร้อมทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรในทันที โลหะที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าก็เป็นเพียงสังกะสีชุบเคลือบเท่านั้นซึ่งไม่ได้มีความปลอดภัยใด ๆ เลย มอก.ก็ปลอม เมื่อรู้เช่นนี้แล้วก็ควรถามตัวเองว่ายังจะวางใจใช้รางปลั๊กไฟเช่นนี้อยู่หรือ?

เมื่อทราบแล้วว่าปลั๊กไฟที่ไม่มีคุณภาพมีลักษณะอย่างไร ก็มาดูปลั๊กไฟที่มีคุณภาพกันว่าแบบไหนควรหานำมาใช้ เราคงไม่พูดถึงเรื่องทางเทคนิคที่มีสารพัดคำศัพท์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ตัวเลขที่เยอะแยะเต็มไปหมด หรือลงลึกไปถึงรายละเอียดส่วนประกอบทางเคมีของพลาสติกที่นำมาผลิตเป็นรางปลั๊กไฟ เพราะแน่นอนว่าถ้าไม่ได้เรียนทางด้านอิเล็กทรอนิกส์มา รู้ข้อมูลเหล่านั้นไปก็ไม่ต่างจากหัวล้านได้หวี ดังนั้นเราจึงอธิบายการเลือกซื้ออย่างง่าย ๆ และจดจำได้ยามที่ต้องออกไปเลือกซื้อด้วยตัวเอง สิ่งแรกที่ควรสังเกตคือกำลังไฟฟ้าสูงสุดที่ใช้ได้ เช่น MAX 2500W ตัวเลขนี้จะบ่งบอกอยู่บนฉลากสินค้า ซึ่งก็คือมันสามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 2,500วัตต์ ยกตัวอย่างถ้าไดร์เป่าผม 1200วัตต์ เสียบใช้ร่วมกับโรลตกแต่งทรงผม 350วัตต์ 1,200+350 = 1,550 ก็ไม่เกิน 2,500วัตต์ ซึ่งถือว่าใช้ได้สบาย ๆ ต่อมาให้ดูตัวเลขที่ระบุบนสายไฟเช่น 2×1 ตัวเลข 2 คือภายในมีสายไฟสองเส้น ตัวเลข 1 คือเส้นผ่าศูนย์กลางของทองแดงในสายไฟซึ่งก็คือ 1 มิลลิเมตร ถึงจะฟังดูน้อยแต่ 1 มิลลิเมตรในทางไฟฟ้าถือว่าค่อนข้างน่าพอใจแล้ว มากกว่านี้ได้ยิ่งดี ในขณะที่ปลั๊กแบบไร้คุณภาพตัวเลขบนสายไฟจะเป็น 2×0.5 แทบทั้งสิ้น เปรียบให้เห็นชัด ๆ มิลลิเมตรผ่าครึ่งหรือ 0.5 ก็หนวดกุ้งฝอยดี ๆ นี่เอง วิธีสุดท้ายเป็นวิธีง่ายและเบสิคที่สุดคือดูที่ฉลากว่ามีมอก.หรือไม่ บรรจุภัณฑ์เรียบร้อยดูมีราคาหรือเปล่า สิ่งสำคัญที่สุดเลยคือน้ำหนัก รางปลั๊กไฟอย่างดีจะมีสถาปัตยกรรมภายในเพื่อความปลอดภัยมันจึงมีส่วนประกอบมากมายอยู่ในนั้นและทำให้ตัวมันมีน้ำหนักมากอย่างชัดเจน

นี่คือวิธีการง่าย ๆ ในการเลือกซื้อรางปลั๊กไฟโดยไม่ต้องจดจำข้อมูลอะไรให้มากเกินความจำเป็น การเลือกใช้รางปลั๊กไฟที่มีคุณภาพอาจยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้หลาย ๆ อย่างได้ ทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ห่างไกลจากความเสี่ยงที่จะชำรุดเสียหาย ดังนั้นแนะนำว่าใครยังใช้ปลั๊กไฟที่ไม่ได้มาตรฐานจากนี้ก็สมควรเปลี่ยนเสียเมื่อตระหนักแล้วว่ามันไม่ปลอดภัย