เลือกซื้อโทรศัพท์ระดับกลางให้ได้ดังใจ

“ของดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป” คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับวงการโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน เพราะตลาดที่ขับเคี่ยวกันสูงในตอนนี้ไม่ใช่แค่รุ่นท็อปของแต่ละค่ายแต่กลับเป็นรุ่นกลาง ๆ ที่มีดีไม่แพ้รุ่นใหญ่เลย แถมถ้าย้อนกลับไปเมื่อสองหรือสามปีที่แล้วโทรศัพท์ระดับกลางในปัจจุบันเป็นสามารถเป็นรุ่นเรือธงได้สบาย ๆ โดยโทรศัพท์ที่ถูกจัดว่าเป็นระดับกลางได้ก็ควรมีราคาอยู่ราว ๆ 4,000-15,000 ส่วนการเลือกซื้อก็ควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

หน่วยประมวลผล cpu หรือหน่วยประมวลผลมีให้เลือกหลัก ๆ อยู่สามตัวได้แก่ Qualcomm Snapdragon cpu ตัวแรงที่เหมาะกับการเล่นเกม ใช้งานวิดีโอถ่ายทอดสด และทีวีแคส Kirin มีอยู่ในโทรศัพท์ยี่ห้อหัวเว่ยเท่านั้น ถือเป็นหน่วยประมวลผลอีกตัวที่ความแรงไม่แพ้ snapdragon เลย และสุดท้าย mediatek เป็นรองทั้งสองหน่วยประมวลผลที่กล่าวมามักจะอยู่ในมือถือระดับกลางค่อนล่าง วิธีดูความเร็วหน่วยประมวลผลก็ง่าย ๆ แค่จำไว้ว่าควรมองหาหน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core ไว้ก่อนเพื่อการอัพเดตเวอร์ชั่นระบบปฏิบัติการในอนาคต จากนั้นค่อยดูตัวเลขระบุความเร็วเช่น 1.7GHz 1.8GHz และ 2.1GHz ตัวเลขยิ่งมากเท่าไรการใช้งานโทรศัพท์ก็จะยิ่งไหลลื่น

หน่วยความจำ Ram คือหน่วยความจำที่ช่วยให้โทรศัพท์ทำงานเร็วขึ้นนอกเหนือจาก cpu การเลือกโทรศัพท์ที่มี Ram มากระดับ 4-8GB ก็ยิ่งทำให้โทรศัพท์ตอบสนองได้อย่างไหลลื่น ไม่เกิดอาการหน่วง Rom คือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายใน ซึ่งปัจจุบันโทรศัพท์มือถือระดับกลางมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในเป็นมาตรฐานอยู่ที่ 32GB 64GB และมากสุดที่ 128GB ไปแล้ว ดังนั้นจึงหมดห่วงเรื่องจุกจิกกวนใจอย่างพื้นที่ในโทรศัพท์เต็มไปได้เลย แต่ก็ยังมีผู้ผลิตบางเจ้าที่ยังจำกัดจำเขี่ยให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพียงแค่ 16GB ซึ่งมันไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานในปัจจุบัน ดังนั้นตรงจุดนี้ก็ควรคำนึงให้ดีก่อนการเลือกซื้อ

กล้อง กล้องถ่ายรูปในโทรศัพท์ระดับกลางสมัยนี้ไม่น้อยหน้าโทรศัพท์รุ่นเรือธงเลย แต่ก็มีผู้ผลิตหลายรายเช่นกันที่ยังจำกัดบางคุณสมบัติไว้เช่น ให้กล้องความละเอียดสูงมาก มีกล้องคู่หรือกล้องถึงสามตัวแต่กลับถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K ไม่ได้เป็นต้น ดังนั้นหากเป็นคนชอบถ่ายรูปและวิดีโอก็ควรเช็คให้ดีก่อนการเลือกซื้อ ส่วนใครไม่ได้เป็นคนที่ชอบถ่ายรูปไม่ซีเรียส ตรงนี้กล้อง 12-20MP ก็คงจะเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

หน้าจอ หน้าจอโทรศัพท์มือถือมีให้เลือกหลายขนาด หลายเทคโนโลยี ส่วนมากก็จะเป็น IPS OLED AMOLED ที่มีรหัส ชื่อเรียกแยกย่อยตามผู้พัฒนาอีกที หน้าจอเหล่านี้ให้สีสันแตกต่างกัน บ้างก็สมจริง บ้างก็สีสันสดใสสวยงาม ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล ขนาดของหน้าจอเองก็สำคัญโทรศัพท์รุ่นกลาง ๆ ในตอนนี้ขนาดของหน้าจอเกินกว่า 5 นิ้วไปแล้วและสูงสุดถึง 7.1 นิ้ว ช่วยแก้ปัญหาพิมพ์ตัวหนังสือผิด ๆ ถูก ๆ ไปได้พอสมควร แต่ใช่ว่าหน้าจอใหญ่จะดีเสมอไปความคมชัดก็ต้องมากพอถึงจะมองแล้วสบายตา ดังนั้นจึงควรรู้จักกับความละเอียดแบบต่าง ๆ ต่อไปนี้ HD = 720×1280 , Full HD = 1080×1920 , QHD = 1600×2560 เข้าใจง่าย ๆ คือโทรศัพท์หน้าจอใหญ่ ๆ ควรมีความละเอียดอยู่ระหว่างตัวเลขเหล่านี้ ยิ่งตัวเลขความละเอียดมากเท่าไรหน้าจอก็จะยิ่งคมชัดมากขึ้นเท่านั้น

แบตเตอรี่ แบตเตอรี่มือถือระดับกลางในตอนนี้ค่อนข้างหายห่วงเพราะแต่ละเจ้าให้แบตฯจุใจกว่า 3,200-5,500mAh ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน แต่แบตฯความจุเยอะขนาดนั้นสิ่งที่ควรดูให้ดีคือระบบชาร์จเร็วที่ควรต้องมี ไม่เช่นนั้นการชาร์จแต่ละครั้งจะใช้เวลานานมาก

เพียงทราบรายละเอียดข้อมูลเท่านี้ก็พอจะทำให้อ่านคุณสมบัติของมือถือแต่ละรุ่นเป็นแล้ว ส่วนที่เหลือและอาจสร้างความประทับใจได้ก็คงเป็นดีไซน์ ลูกเล่นเฉพาะตัว คุณสมบัติปลีกย่อยนานับประการ ด้วยการแข่งขันกันของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทำให้โทรศัพท์ระดับกลางถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่แพ้โทรศัพท์รุ่นเรือธงเลย และผู้บริโภคเองก็ได้อานิสงส์นี้ไปเต็ม ๆ เพราะการได้สินค้าคุณภาพดีในราคาไม่แพงทุกคนก็คงชอบใช่ไหมล่ะ?