OnePlus 7 Pro อ้างตัวเองว่าไม่ใช่นักฆ่า แต่เป็นที่สุดของเรือธง

ตอนเปิดตัวโทรศัพท์รุ่น OnePlus 7 Pro ทีมงานพยายามสร้างภาพพจน์ใหม่ทางการตลาดว่า ต่อจากนี้ไปโทรศัพท์มือถือ OnePlus จะไม่ได้เป็นแค่นักฆ่าเรือธงอีกต่อไป แต่จะเป็นที่สุดของเรือธง อันที่จริงบริษัทนี้ ผลิตแต่โทรศัพท์รุ่นเรือธงเพียงอย่างเดียวไม่มีรุ่นกลางหรือรุ่นราคาถูกมาตั้งแต่ต้น แต่สามารถมีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 5 ของตลาดโลกได้นับว่าไม่ธรรมดา เราจะมาศึกษากันว่าทิศทางที่ OnePlus พยายามสร้างมาและพยายามจะเดินต่อไป ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับตลาดมือถือรุ่นเรือธงบ้าง

เปิดตัวเป็นมือถือจีนแต่พยายามเป็นบริษัทสากล

บริษัท OnePlus ก่อตั้ง ปลายปี 2013 โดยผู้บริหารของ Oppo ชื่อ Pete lau และ โปรแกรมเมอร์ Carl Pei ดังนั้นตั้งแต่เริ่มจึงถูกมองว่าเป็นบริษัทลูกของ Oppo ซึ่งทางผู้บริหารปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับมือถือยี่ห้ออื่น แต่เป็นการลงทุนโดย Oppo Electronics ที่มุ่งสร้างโทรศัพท์ระดับสุดยอดที่มีราคาถูกกว่าโทรศัพท์เจ้าตลาดอื่น ๆ มือถือรุ่นแรก คือ OnePlus One ได้รับฉายาเป็น “นักฆ่าเรือธง” เมื่อปี 2014 จนถึง OnePlus 6 มือถือรายนี้ก็ยังอยู่ภายใต้ทิศทางนักฆ่าเรือธงด้วยราคาที่ถูกกว่า สร้างฐานลูกค้าของตัวเองเริ่มจากในประเทศจีนแล้วขยายออกสู่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาในที่สุด พยายามลบภาพบริษัทจีนโดยจ้างพนักงานการตลาดเป็นคนยุโรป แม้ตอนเปิดตัว ก็ใช้ คนยุโรปมานำเสนอ

OnePlus 7 Pro ฉีกตัวเองจากรองบ่อนมาเป็นแถวหน้า

หลังจากรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนผู้ใช้งาน One Plus ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเหนียวแน่นที่บริษัทสร้างไว้เป็นช่องทางสื่อสารกันระหว่างลูกค้ากับบริษัท รุ่น OnePlus 7 Pro จึงไม่ใช่เพียงแค่การมองดูเรือธงยี่ห้ออื่นแล้วทำตามในราคาถูกกว่าอีกต่อไป แต่ได้เริ่มใส่สิ่งใหม่ ๆ ที่เจ้าอื่นยังไม่มีและแถลงว่า OnePlus ไม่ใช่นักฆ่าเรือธงอีกต่อไป แต่เป็นมือถือที่สุดของเรือธง

สิ่งที่ OnePlus 7 Pro ใส่มาในขณะที่เรือธงเจ้าอื่นยังไม่มี

  • จอภาพ ขนาด 6.67 นิ้ว 3120x1440 Quad HD+อัตรา refresh rate 90 Hz AMOLED display

การเลือกใช้จอภาพคุณภาพสูงและอัตราการกระพริบหน้าจอ (refresh rate) สูง ทำให้การเลื่อนและการแสดงผลเร็วเรียบละมุนกว่า “มันให้ความแตกต่างมากกว่าที่คิด” เป็นคำสรุปจากผู้ทดลองใช้งาน แม้จะเคยมีมือถือสำหรับเล่นเกมส์เจ้าอื่นเคยเสนอ refresh rate ที่สูงเช่นเดียวกันแต่ใช้จอ LCD และการเลือกที่จะทำให้หน้าจอสามารถแสดงรายละเอียดในระดับ Quad HD+ ขณะที่หน้าจอใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเดิม ก็เป็นเรื่องที่ผู้ใช้งานชอบ สี ความสว่างและความเข้มของสีที่อิ่มแต่ไม่สดจนเกินไป รองรับ HDR10 และ HDR+ ทำให้การแสดงช่วงของสีจากมืดไปสว่าง มีช่วงกว้าง เมื่อดูภาพยนตร์จาก Netflix หรือวีดีโอที่มีรหัส HDR จะเปิดคุณสมบัตินี้ได้ จอภาพของ OnePlus 7 Pro ได้รับการจัดอันดับ A+  จาก DisplayMate

  • UFS 3.0 Storage การนำอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่มีอัตราการอ่านและบันทึกเร็วที่สุดในตลาดอย่าง UFS 3.0 มาใช้ร่วมกับ Qualcomm Snapdragon 855 ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลความเร็วสูงตัวใหม่ล่าสุด ทำให้เกิดความเรียบเร็วเวลาทำงาน ถ้าเทียบกับฝั่ง Android ด้วยกันแล้ว จัดให้อยู่แถวหน้าเลย

สิ่งที่มีพอ ๆ กันกับเรือธงอื่น ๆ

  • การถ่ายภาพ ของ 3 กล้องหลัง ให้ภาพดีไม่แพ้เรือธงอื่น แต่ในที่แสงสว่างน้อยยังสู้ไม่ได้
  • กล้องหน้าแบบ เลื่อนขึ้นลง ทำให้หน้าจอไม่มีรูหรือรอยบากเป็นทางเลือกสำหรับผู้ไม่ชอบรอยบาก
  • ส่วนติดต่อกับผู้ใช้งาน(UI) ที่ชื่อ Oxygen OS ดีงามไม่แพ้ใคร
  • การประกอบทำได้ดีสมกับเป็นรุ่นเรือธง

สิ่งที่ด้อยกว่าเรือธงอื่น ๆ

  • แบตเตอรี่หมดไวใช้ไม่พ้นวัน น่าจะเกิดจากจอภาพคุณภาพสูง แต่ข้อด้อยนี้ถูกชดเชยด้วยระบบการชาร์จที่เร็ว
  • ไม่มีระบบชาร์จแบบไร้สาย เมื่อเทียบกับเรือธงอื่นที่เค้ามีกัน
  • ไม่มี มาตรฐาน IP ถึงจะอ้างว่ากันน้ำได้แต่ไม่เพิ่มรายจ่ายด้วยการไปตรวจมาตรฐาน มันก็ยังไม่มีอยู่ดีแหละ

ความพยายามของ OnePlus จากการสร้างภาพพจน์ใหม่ ให้มายืนอยู่แถวหน้าเป็นมือถือเรือธงกับเค้าจริง ๆ น่าจะประสบความสำเร็จในรุ่น OnePlus 7 Pro แต่ยังไม่สามารถยืนเหนือได้ เพราะมีข้อดีข้อเสียให้เลือก แต่ราคาที่ถูกกว่าเรือธงอื่น ๆ ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ดี และทำให้ตลาดมือถือรุ่นเรือธงต้องทำการบ้านหนักขึ้น เพื่อนำมาแข่งขันกับเรือธงจากจีนเจ้านี้