OnePlus 7 Pro อ้างตัวเองว่าไม่ใช่นักฆ่า แต่เป็นที่สุดของเรือธง

ตอนเปิดตัวโทรศัพท์รุ่น OnePlus 7 Pro ทีมงานพยายามสร้างภาพพจน์ใหม่ทางการตลาดว่า ต่อจากนี้ไปโทรศัพท์มือถือ OnePlus จะไม่ได้เป็นแค่นักฆ่าเรือธงอีกต่อไป แต่จะเป็นที่สุดของเรือธง อันที่จริงบริษัทนี้ ผลิตแต่โทรศัพท์รุ่นเรือธงเพียงอย่างเดียวไม่มีรุ่นกลางหรือรุ่นราคาถูกมาตั้งแต่ต้น แต่สามารถมีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 5 ของตลาดโลกได้นับว่าไม่ธรรมดา เราจะมาศึกษากันว่าทิศทางที่ OnePlus พยายามสร้างมาและพยายามจะเดินต่อไป ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับตลาดมือถือรุ่นเรือธงบ้าง เปิดตัวเป็นมือถือจีนแต่พยายามเป็นบริษัทสากล บริษัท OnePlus ก่อตั้ง ปลายปี 2013 โดยผู้บริหารของ Oppo ชื่อ Pete lau และ

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของแอปเปิลที่ดันใช้มือถือซัมซุง

ถึงจะมีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 86.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.7 ล้านล้านบาท) แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีผู้เป็นที่นับถือของเหล่านักลงทุนทั่วโลก กลับใช้ชีวิตที่เรียบง่ายราวกับคุณปู่ผู้ใจดีข้างบ้าน โดยนอกเหนือจากการกินอยู่ที่เรียกได้ว่าประหยัดอดออมเป็นนิสัยแล้ว แม้แต่โทรศัพท์มือถือก็ยังสะท้อนแนวคิดการดำเนินชีวิตของชายผู้นี้ได้เป็นอย่างดี เมื่อล่าสุดได้มีผู้พบเห็นว่า บัฟเฟตต์ ยังคงใช้โทรศัพท์มือถือฝาพับยี่ห้อหนึ่งทั้งที่มีทรัพย์สมบัติมากมาย ทางสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทีมงานเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้หยิบโทรศัพท์มือถือฝาพับยี่ห้อซัมซุงออกมาโชว์แก่ทีมงาน ซึ่งจากการตรวจสอบภายหลังพบว่า มันคือโทรศัพท์ซัมซุง SCH-U320 ที่เปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปี 2010 และในปัจจุบันมีราคาราว ๆ แค่ 600-900

ตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้างมือถือเจ้าดังเมื่อครั้งอดีต?

นับวันโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ ยี่ห้อน้องใหม่ที่ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาก่อนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดท้าทายบรรดาขาใหญ่ในวงการ ทุกครั้งพอมีชื่อไม่คุ้นหูเหล่านี้โผล่มา หลายคนก็คงนึกหวนกลับไปพลันเกิดคำถามขึ้นในใจว่า แล้วมือถือที่เคยมีชื่อล่ะ? ชื่อที่เคยติดปากและคุ้นหูเหล่านั้นปัจจุบันหายไปไหน? เป็นอย่างไรกันบ้าง? ความรู้สึกอาทรที่เหมือนคิดถึงเพื่อนเก่าครั้งเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเป็นเรื่องที่เพียงนึกก็รู้สึกอุ่นในหัวใจ วันนี้เราจึงมาอัพเดตข่าวสารเพื่อนเก่าเหล่านี้ว่าพวกเขายังสบายดีหรือไม่ในปัจจุบัน Alcatel ยังคงผลิตโทรศัพท์อยู่บ้างประปราย มีสมาร์ทโฟนออกมาสองถึงสามรุ่นด้วยกันจำหน่ายในบางประเทศเท่านั้น แต่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเพราะมีธุรกิจโครงข่ายเคเบิ้ลใยแล้วนำแสงวางใต้น้ำอยู่ในมือ I-Mobile ไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาสู่ท้องตลาดหลายปีดีดัก ปัจจุบันยังพยายามขายสินค้าเก่าในสต็อกให้หมดเพื่อลดภาวะขาดทุน สาเหตุที่ทำให้แบรนด์ไทยรายนี้ไปได้ไม่ไกลในธุรกิจสมาร์ทโฟนทั้งที่เคยประสบความสำเร็จในยุคมือถือปุ่มกดเพราะไม่สามารถยืนหยัดในตลาดระดับใดได้เลย ตลาดมือถือระดับกลางพวกเขาก็เป็นรองด้านคุณภาพสินค้าและบริการ ตลาดระดับล่างก็ไม่สามารถลดราคาสินค้าลงไปสู้ได้ จึงเอวังไปอย่างที่เห็น Motorola แม้จะลุ่มๆดอนๆมาตลอดแต่ก็ยังพยายามต่อสู้ในธุรกิจสมาร์ทโฟน ที่ผ่านมามือถือจากโมโตโรล่าจะออกมาแบบไม่สุดสักทาง เป็นรองเจ้าอื่นในหลายๆด้าน แต่ในช่วงหลังการจับมือร่วมธุรกิจกับค่ายเครือข่ายมือถือก็ทำให้โมโตฯเริ่มกลับมาได้และเริ่มมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้าสู่ท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง BlackBerry ยังคงผลิตโทรศัพท์มือถืออยู่หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเอง ตอนนี้จึงหันมาซบอกระบบปฏิบัติการณ์ android แต่เหมือนจะรู้ตัวช้าไปและตามหลังคู่แข่งอยู่หลายขุม

เลือกซื้อโทรศัพท์ระดับกลางให้ได้ดังใจ

“ของดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป” คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับวงการโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน เพราะตลาดที่ขับเคี่ยวกันสูงในตอนนี้ไม่ใช่แค่รุ่นท็อปของแต่ละค่ายแต่กลับเป็นรุ่นกลาง ๆ ที่มีดีไม่แพ้รุ่นใหญ่เลย แถมถ้าย้อนกลับไปเมื่อสองหรือสามปีที่แล้วโทรศัพท์ระดับกลางในปัจจุบันเป็นสามารถเป็นรุ่นเรือธงได้สบาย ๆ โดยโทรศัพท์ที่ถูกจัดว่าเป็นระดับกลางได้ก็ควรมีราคาอยู่ราว ๆ 4,000-15,000 ส่วนการเลือกซื้อก็ควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ หน่วยประมวลผล cpu หรือหน่วยประมวลผลมีให้เลือกหลัก ๆ อยู่สามตัวได้แก่ Qualcomm Snapdragon cpu ตัวแรงที่เหมาะกับการเล่นเกม ใช้งานวิดีโอถ่ายทอดสด และทีวีแคส Kirin มีอยู่ในโทรศัพท์ยี่ห้อหัวเว่ยเท่านั้น ถือเป็นหน่วยประมวลผลอีกตัวที่ความแรงไม่แพ้ snapdragon เลย และสุดท้าย